
ระบบ iOS เป็นระบบปฏิบัติการสำหรับอุปกรณ์พกพาของ Apple ที่พัฒนาขึ้นเพื่อสมาร์ตโฟน, แท็บเล็ต, เครื่องเล่นเพลง และอุปกรณ์อื่น ๆ ในระบบนิเวศ โดยทำหน้าที่ควบคุมการทำงานด้านต่าง ๆ และสามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชันเพิ่มเติมได้จาก App Store ซึ่งเป็นระบบปฏิบัติการแบบปิดที่ใช้งานได้เฉพาะบนอุปกรณ์ของ Apple เท่านั้น ล่าสุดในงาน WWDC เดือนมิถุนายน 2026 ที่ผ่านมา Apple ได้เปิดตัวระบบปฏิบัติการเวอร์ชันใหม่อย่าง iOS 20 วันนี้เราจะชวนมาดูว่ามีฟีเจอร์อะไรใหม่ที่ว้าวและน่าสนใจบ้าง ไปดูกันเลย
1. Apple Intelligence & Siri AI ที่ฉลาดและรู้ใจยิ่งขึ้น
ใน iOS 20 ระบบ Apple Intelligence ได้รับการยกระดับครั้งใหญ่ Siri สามารถเข้าใจบริบทของสิ่งที่อยู่บนหน้าจอ (On-screen awareness) ได้อย่างลึกซึ้งขึ้น นอกจากนี้ แอปพลิเคชันอย่าง Messages และ Mail ยังมีระบบ Smart Reply ที่สามารถเรียนรู้และ “เลียนแบบสไตล์การเขียน” ของคุณ เพื่อสร้างคำตอบกลับที่ดูเป็นธรรมชาติและเป็นตัวคุณมากที่สุด
2. Safari สุดอัจฉริยะ และระบบจัดการรหัสผ่านใหม่
Safari ได้รับการอัปเกรดให้สามารถจัดกลุ่มแท็บ (Tab) ที่เป็นหัวข้อเดียวกันให้อัตโนมัติ เช่น หากคุณกำลังหาข้อมูลเที่ยว แท็บที่เกี่ยวข้องจะถูกมัดรวมกันทันที นอกจากนี้ยังมีฟีเจอร์ “Notify Me” ที่คอยแจ้งเตือนเมื่อหน้าเว็บมีการเปลี่ยนแปลง (เช่น สินค้าเติมสต็อก หรือราคาลดลง) และที่ล้ำไปกว่านั้นคือ แอปรหัสผ่าน (Passwords) สามารถเข้าไปจัดการเปลี่ยนรหัสผ่านที่คาดเดาง่ายบนเว็บไซต์ต่าง ๆ ให้เราได้โดยอัตโนมัติ
3. วิดเจ็ตขนาดใหญ่พิเศษ (Extra Large Widgets)
ใครที่ชื่นชอบการแต่งหน้าจอต้องถูกใจสิ่งนี้ เพราะ iOS 20 เพิ่มไซซ์ Widget ขนาด “Extra Large” ที่สามารถขยายใหญ่ได้เต็มพื้นที่หน้าจอโฮม (Home Screen) ช่วยให้คุณดึงข้อมูลสำคัญจากแอปต่าง ๆ มาแสดงผลได้แบบเต็มตาจุใจ ไม่ต้องเพ่งมองจอเล็ก ๆ อีกต่อไป
4. Phone App แบบใหม่พร้อมฟีเจอร์ Call Context
ฟีเจอร์นี้ช่วยอำนวยความสะดวกเวลาที่คุณโทรติดต่อธุรกิจ ร้านค้า หรือคอลเซ็นเตอร์ ระบบจะใช้ AI ดึงข้อมูลที่เกี่ยวข้องจากในเครื่อง (เช่น หมายเลขการจองเที่ยวบิน หรือรหัสยืนยันจากอีเมลล่าสุด) ขึ้นมาแสดงบนหน้าจอขณะโทรให้คุณอัตโนมัติ ทำให้ไม่ต้องสลับแอปไปมาเพื่อหาข้อมูลยืนยันตัวตน
5. ปรับระดับเสียงแยกอิสระได้แล้ว (Independent Volume Control)
ฟีเจอร์เล็ก ๆ ที่ผู้ใช้ iPhone เรียกร้องกันมาอย่างยาวนาน ในที่สุด iOS 20 ก็อนุญาตให้เราสามารถแยกปรับระดับเสียงได้อย่างอิสระแล้ว ไม่ว่าจะเป็น เสียงเรียกเข้า (Ringer), เสียงสื่อ/วิดีโอ (Media) และเสียงนาฬิกาปลุก (Alarms) หมดปัญหาการลดเสียงคลิปวิดีโอแล้วพาลทำให้นาฬิกาปลุกเสียงเบาไปด้วย
6. AI ช่วยแต่งภาพ และปุ่ม Action ที่อธิบายโลกให้คุณฟัง
ในด้านรูปภาพ มีการเพิ่มเครื่องมือ Extend Tool ที่ให้ AI ช่วยขยายสัดส่วนภาพออกไปได้อย่างแนบเนียน (โดยภาพที่แต่งจาก AI จะมีลายน้ำฝังไว้เพื่อความโปร่งใส) นอกจากนี้ ฟีเจอร์การเข้าถึง (Accessibility) ยังล้ำหน้าไปอีกขั้น โดยผู้ใช้สามารถกดปุ่ม Action Button แล้วให้กล้องของ iPhone ใช้เสียงอธิบายสิ่งของหรือสภาพแวดล้อมที่อยู่ตรงหน้าได้อย่างละเอียด
ผู้ใช้ iPhone รุ่นที่รองรับจะสามารถอัปเดต iOS 20 ตัวเต็มได้ในช่วงเดือนกันยายน 2026 นี้ (ส่วนเวอร์ชัน Beta สำหรับนักพัฒนาได้เปิดให้ทดสอบแล้วตั้งแต่ช่วงเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา) การอัปเดตเวอร์ชันใหม่นี้
